นานๆ ที TourDeFoodBlog จะมีโอกาสรีวิวของหวาน ที่ไม่ค่อยได้รีวิวไม่ใช่ว่าไม่ชอบของหวานนะครับ เป็นแฟนตัวยงเลย แต่โอกาสไม่อำนวย ต้องแคล้วคลาดทุกครั้งไป
ครั้งนี้ได้โอกาสไปชิมร้านของหวานหน้าใหม่ที่ผุดขึ้นมากลางห้างสยามพารากอน จึงรีบเอามาเสนอให้ผู้อ่านได้อ่านกันครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Zinneken’s เป็นร้านขายเบลเยียนวาฟเฟิลที่เปิดสาขาแล้วสองแห่ง สาขาแรกอยู่ที่บอสตัน ตั้งอยู่ที่ Harvard Square ใจกลางย่านไอวี่ลีกส์ ซึ่งประสบความสำเร็จมากๆ เพราะนักศึกษาหัวเห็ดทั้งหลายต่างพากันชื่นชอบรสชาติที่แปลกใหม่ของวาฟเฟิลสไตล์เบลเยียมที่แตกต่างไปจากแบบอเมริกันที่รู้จักกัน ถ้าไปเห็นในภาพแล้วจะยิ่งตกใจเพราะเขายืนต่อคิวกันยาวเหยียดยิ่งกว่าสมัยโรตีบอยและคริสปี้ครีมมาเปิดกลางสยามใหม่ๆ
ถึงแม้ว่า Zinneken’s สาขาในเมืองไทย (ซึ่งถือเป็นสาขาแรกในเอเชียด้วย) จะไม่ได้สร้างปรากฏการณ์ต่อคิวยืดยาวขนาดนั้น แต่ก็เป็นร้านหน้าใหม่ที่น่าลิ้มลอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตั้งอยู่กลางห้างดังที่แวดล้อมไปด้วยเมนูและโปรดักส์ของหวานที่คล้ายๆ กันเต็มไปหมด
ถ้ามาพูดในบริบทเมืองไทย ถึงเราจะไม่ค่อยรู้จักวาฟเฟิลแบบอเมริกันมากเท่าไร (นึกถึง A&W) แต่ก็อดเปรียบเทียบกับวาฟเฟิลชนิดที่ขายตาม BTS หรือร้านขนมปังสไตล์ญี่ปุ่นไม่ได้ ซึ่งวาฟเฟิลของ Zinneken’s ออกจะฉีกแนวไปหน่อยเพราะวัตถุดิบหลายๆ อย่าง
อย่างแรกที่สัมผัสได้คือเนื้อแป้ง วาฟเฟิลทั่วๆ ไปที่เห็นกันอาจจะมีเนื้อค่อนไปทางเค้ก หรือนุ่มฟู แต่ของ Zinneken’s จะออกแนวนุ่มเหนียวครับ ถ้าใครชอบขนมสไตล์ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า chewy ต้องชอบของที่นี่มากแน่ๆ ข้อแตกต่างอีกอย่างคือ เบลเยียนวาฟเฟิลนั้นใช้ยีสต์เป็นส่วนประกอบในการหมักแป้ง แตกต่างจากแบบอเมริกันที่ใช้ผงฟู
ถ้าใครที่ชอบเกล็ดน้ำตาลแบบที่มีในเนื้อวาฟเฟิลแบบนี้ (ถ้าจะพูดให้เจาะจงต้องเรียกว่าเป็นเบลเยียนวาฟเฟิลแบบที่เรียกว่า Liege waffle ครับ) ที่นี่ก็มีด้วย และทางร้านจะใช้น้ำตาลไข่มุก ซึ่งสั่งตรงมาจากเบลเยียม ทำให้ตัวเนื้อมีความเหนียวเหมือนกับคาราเมลเล็กๆ แต่ที่ได้ชิม น้ำตาลจะใส่มาไม่มาก ดังนั้นถ้าคาดหวังว่าจะได้กินน้ำตาลกรุบๆ อาจจะต้องผิดหวังครับ
ความแตกต่างของ Zinneken’s เมื่อเทียบกับวาฟเฟิลเจ้าอื่นก็คือ ที่นี่จะเสิร์ฟวาฟเฟิลเป็นเมนูด้วย หมายถึงว่าจะมีท้อปปิ้งหลายๆ ชนิดให้เลือกใส่ แต่ถ้าขี้เกียจเขาก็มีเมนูที่เลือกส่วนผสมมาแล้วให้สั่งได้ ซึ่งเราได้ชิมหลายๆ แบบเลยครับ
ตัวแรกชื่อว่า Very Berries ใครที่ชอบผลไม้ตระกูลเบอรี่ต้องชอบมาก เพราะเขาจะเอาเบอรี่สดๆ มาโรยแต่งเป็นท็อปปิ้ง ทั้งสตรอเบอรี่ บลูเบอรี่ ราสเบอรี่ และแบล็กเบอรี่ ก่อนจะโรยหน้าเบาๆ ด้วยไอซิ่ง ความเปรี้ยวหวานของเบอรี่ตัดกับรสหวานอ่อนๆ กลมกล่อมของเนื้อวาฟเฟิลได้เป็นอย่างดี
อย่างที่สองนี้คือ The Sin มันคืออะไรหนอถึงได้บาปเยอะขนาดนั้น คำตอบคือ นูเทลล่ากับกล้วยครับ เป็นส่วนผสมง่ายๆ ที่พลาดได้ยาก กล้วยมันเข้ากันได้ดีกับช็อกโกแลตอยู่แล้ว แถมนี่ยังมีรสชาติของเฮเซลนัทอีก
จานที่สามนี้มีชื่อว่า The Oreo Special ครับ เป็นวาฟเฟิลเสิร์ฟพร้อมกับวิปครีม ราสเบอรี่สด และโอรีโอ เป็นส่วนผสมที่เรียบง่ายและสีสันน่ากินมากๆ
ส่วนจานที่สี่อันนี้จัดเต็มจริงจัง ชื่อว่า Double Delight ซึ่งเป็นวาฟเฟิลอุ่นๆ สองชิ้น ราดด้วยช็อกโกแลตซอส ช็อกโกแลตชิพ และไอศกรีมวานิลลาสองลูก! เป็นเมนูที่ชอบที่สุดนะครับ ที่ชอบนี่ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เป็นเพราะความจัดเต็มของมัน มีทั้งความอุ่นและความเย็น ช็อกโกแลตแบบเต็มๆ ขอเสริมอีกอย่างว่าไอศกรีมที่นี่เป็นแบบโฮมเมด มี 4 รสให้เลือก คือ วานิลลา ช็อกโกแลต พิสตาชิโอ และเฮเซลนัท
ส่วนคอเครื่องดื่มที่นี่มีเบลเยียนช็อกโกแลตให้ชิม สามารถเลือกได้ทั้งร้อนและเย็น ร้าน Zinneken’s จะทำไม่หวานมาก ซึ่งถูกใจคนไม่ติดหวานอย่างผม ส่วนกาแฟก็เป็นลักษณะเดียวกันครับ คือออกรสไม่หวาน นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มโซดากระป๋องนำเข้าอย่าง Cherry Coke, Dr. Pepper และ Mountain Dew ให้เลือกสั่งกันด้วย
ณ ตอนนี้ Zinneken’s ยังเป็นซุ้มร้านขนาดเล็กๆ อยู่หากสั่งซื้อไปกินอาจจะต้องนั่งกินกันตามที่นั่งใน Food Hall นะครับ แต่เชื่อว่าอีกไม่นานอาจจะหาทางขยับขยายจนมีที่นั่งรับรองลูกค้าเป็นของตัวเองได้ครับ ใครที่เป็นสาวกของหวาน และไม่อยากพลาดที่จะลิ้มลองวาฟเฟิลสไตล์เบลเยียมที่ชนะใจนักชิมระดับ Ivy League มาแล้วอย่าลืมไปตามลิ้มรสกันได้ที่ Zinneken’s ชั้น G สยามพารากอนครับ














