Destinations, Reviews — December 19, 2011 at 12:08

Malaysia Food Diary: Part One

by

ในฐานะที่ผมได้ไปเป็นตัวแทนของ TourDeFoodBlog หลังจากเข้าชิงในงานประกาศรางวัลบล็อก Nuffnang Asia Pacific Blog Awards 2011 ในสาขา Best Food Blog ก็เหมือนว่าหลังจากจบงานก็ต้องมารายงานผลตามปกตินะครับ แต่ถ้าจะให้เล่าแบบง่ายๆ ว่าผลเป็นอย่างไร มันก็จะไม่ใช่สไตล์ TourDeFoodBlog สิ ดังนั้นจะขอเล่าเป็นเชิงไดอารี่เล็กๆ ให้ฟังละกันครับ โดยจะโฟกัสไปแนวๆ ว่าเดินทางคราวนี้ผมได้ลิ้มลองอาหารแปลกๆ อะไรหรือไม่ และจะอร่อยอย่างที่เห็นหรือเปล่า (เข้าชิงในสาขาบล็อกอาหารยอดเยี่ยมก็ต้องเน้นเรื่องอาหารกันหน่อยสินะ)

ขอเกริ่นคร่าวๆ ว่า งานประกาศรางวัลครั้งนี้จัดขึ้นโดย Nuffnang เป็นบริษัทแนว blog advertising ซึ่งเพิ่งได้ขยายเข้ามาในเมืองไทยเมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง และงานประกาศรางวัลบล็อกก็จัดขึ้นทุกๆ 2 ปีครับ เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูบล็อกดีๆ เก๋ๆ ในสาขาต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในงานก็จะมีบล็อกเกอร์มารวมตัวกันมากมายเลยครับ อันนี้คือข้อมูลที่ได้มาเบื้องต้น โดยรู้แค่ว่าจะเป็นทริป 3 วันที่กัวลาลัมเปอร์ แต่จะมีใครไปด้วยนั้น ผมไม่รู้เลยจริงๆ ครับ

เอาจริงๆ แค่ข้อเท็จจริงที่ว่า TourDeFoodBlog ได้รับเข้าชิงในสาขาอาหารก็เป็นเรื่องน่าแปลกใจด้วยซ้ำ เพราะบล็อกเรายังใหม่ เทียบกับผู้เข้าชิงรายอื่นๆ ไม่ได้เลย ผมก็เลยไปแบบงงๆ แปลกใจ เบลอสิ้นสติ และไม่คาดหวังอะไรทั้งสิ้น

เช้าวันแรก วันที่ 16 ธันวาคม ทางนัฟแนงนัดให้ไปเจอกันตอน 6 โมงเช้าเลยครับที่สุวรรณภูมิ เราจะนั่งเครื่องสายการบินไทย TG415 ไปถึงที่ KL ตอน 11.55 (ลืมบอกไปว่าเวลาเมืองไทยช้ากว่า KL 1 ชั่วโมง ดังนั้นถ้าจะปรับเป็นเวลาไทยก็เอา 1 ชั่วโมงลบออกนะครับ) ซึ่งช่วงนี้กลัวว่ารถจะติดเพราะเด็กๆ เริ่มเปิดเทอมกันแล้ว ผลก็คือต้องออกจากบ้านตั้งแต่ตี 5 ง่วงก็ง่วง แต่ไม่อยากโดนครหาว่ามาสายครับ หะหะ

ไปถึงที่หมายก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมง (เร็วจัด) ไม่รู้จะทำอะไร และไม่รู้จะกินอะไรด้วย เดินไปเซ่เว่นก็ไม่มีน้ำเปล่าธรรมดาขาย มีแต่เอเวียงเรียงเป็นตับเต็มตู้ คิดไปว่าสงสัยเป็นผลกระทบจากน้ำท่วม นึกสงสารเลยอุดหนุนชาของคุณตันไปขวดนึง จะว่าไป รสชาตินี่เหมือนยี่ห้อเก่าเลยนะครับ คุณตัน

กว่าจะเจอกับทางทีมงานนัฟแนงก็อีกสักพักเลยครับ มีการแลกบัตร ทำความรู้จักกันเล็กน้อย คุยกันเบาๆ ก่อนจะไป check-in ทราบมาว่ามีบล็อกเกอร์ท่านอื่นๆ มาร่วมทริปด้วย นอกเหนือจากผู้เข้าชิงจากไทย 2 คนคือ ผม และคุณเปิ้ลจาก http://deecaa.exteen.com/ ที่เข้าชิงในสาขา Hidden Gem ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับใครมาก เพราะมีภารกิจซื้อของตามคำสั่งของแม่และน้องสาวใน Duty Free เป็นการช็อปปิ้งชิวๆ ยามเช้า แลดูน่าสบายอกสบายใจยิ่งนัก

ที่ตกใจมากๆ คือเจอบล็อกเกอร์ชื่อดังมากๆ สาย beauty ที่มาร่วมทริปด้วยคือ พี่ปูเป้ PuPe_so_Sweet ถึงส่วนตัวผมเองจะไม่ใช่แฟนบล็อกแต่น้องสาวผมเป็นสาวกห้องเครื่องแป้งตัวยงเลยครับ จึงได้ยินชื่อมาบ่อยๆ แถมรู้มาอีกว่าพี่ปูเป้เคยเรียนที่ OHAP มาเหมือนกัน แต่เป็นสาขาเบเกอรี่ (ผมเรียน International Cuisine ครับ) เลยดีใจเ็ป็นพิเศษ แถมได้นั่งติดกันบนเครื่องอีกต่างหาก ส่วนบล็อกเกอร์สายความงามอีกท่านที่มาด้วยคือคุณแป้ง KiRaRi ตัวจริงขาวมาก สวยเด่นมาแต่ไกลเลย

นั่งบนเครื่องกับอาหารจานแรกที่ตกถึงท้องของวัน เป็นออมเล็ตข้าวโพด เสิร์ฟพร้อมไส้กรอกย่าง และผักโขมเขียวๆ เหลืองๆ ส่วนข้างๆ มีผลไม้สด กับครัวซอง ไม่อร่อยครับ แต่ด้วยความที่หิว ก็ต้องกินไป มื้อต่อไปมันต้องดีขึ้น!

พอมาถึง KL รู้สึกแปลกตา แต่ก็ต้องมานั่งแกร่วรอรถบัสที่สนามบิน ทางนัฟแนงจัดแจงหาที่นั่งให้ที่ร้าน Delifrance พร้อมกับน้ำผลไม้คนละแก้ว ผมได้น้ำมะม่วงครับ โอ้โห รสชาติเจือจางดีจริงๆ เข้าใจว่าเป็นเหมือนน้ำมะม่วงกล่องหรือกระป๋อง แต่เอาไปละลายน้ำเพิ่มจนรสอ่อน ถึงจะบ่นอย่างนี้ นั่งไปนั่งมาก็ดูดน้ำจนหมดแก้ว ได้เวลาขึ้นรถไปโรงแรมที่พักพร้อมกับบล็อกเกอร์จากประเทศฮ่องกง โดยเราไปพักกันที่โรงแรม Marriott Putrajaya ครับ มันจะอยู่นอก KL ไปประมาณ 30-40 นาทีได้ ตัวโรงแรมจะอยู่ในอาณาบริเวณของ IOI Resort City ซึ่งเห็นแล้วจำได้เลยว่าเป็นที่แข่งรายการ The Biggest Loser Asia คิดไปว่าถ้าต่อไปยังกินเยอะอย่างนี้ ซีซั่นหน้าอาจได้เห็นบล็อกเกอร์จาก TourDeFoodBlog ไปแข่งลดน้ำหนักกะเค้าบ้างครับ 55

เช็คอินเรียบร้อยแล้ว ได้คีย์การ์ดไปห้อง ผมกับพี่ภัทร octopatr บล็อกเกอร์สายไอทีจาก http://droidsans.com ก็ขอขึ้นไปพักผ่อนในห้อง ขึ้นไปถึง ห้องที่จะพักดันมีคนอยู่แล้วซะงั้น เป็นสองสาวบล็อกเกอร์จากอินโดนีเซียที่จะได้ไปรู้จักกันตอนหลัง โชคดีที่เขาล็อคกลอนเอาไว้ ไม่งั้นคงแย่กว่านี้แน่ครับ ตรงนี้ต้องขอตำหนิระบบ Front Office ของทางโรงแรมด้วยว่าไม่รัดกุมเอาซะเลย

นอนไปตื่นนึง ก็ต้องรีบลุกขึ้นมาเปลี่ยนเป็นชุดสูทครับ งานนี้ทางนัฟแนงเขาอยากให้ดูหรูหราฟู่ฟ่าเป็นพิเศษ ประมาณว่าเป็นงานออสการ์ของบล็อกเกอร์เลยทีเดียว ในเมื่อข้าวเที่ยงก็ไม่มีให้กิน จึงต้องมาประทังท้องด้วยขนมงานเลี้ยงครับ

มันคือขนมใส่ปี๊บแบบมาเลย์ครับ แถมหน้าตาเหมือนมาม่าบดหยาบๆ คือขาไก่ อันนี้จะออกแนวหวานน้อยกว่าขาไก่เคลือบของไทย มีถั่วลันเตาแทรกด้วยพอให้รู้ว่ายังมีสารอาหารครบถ้วนนะจ๊ะ ข้อเสียของมันคือกินยากไปหน่อยครับ มันดูละเอียดเกินไป หยิบเข้าปากยาก ถ้าจะเทใส่มือแล้วกรอกใส่ปาก ก็คงจะดูไม่งาม อุตส่าห์แต่งสูทชุดราตรีมาแล้วทั้งที

อีกอย่างที่วางไว้เคียงกัน แนวเป็นขนมปี๊บเหมือนกัน รสชาติออกแนวข้าวเกรียบกุ้ง แต่หนากว่า กินเพลินดีไม่ใช่น้อย จะเป็นเพราะว่าหิวหรือ MSG ก็ไม่รู้ล่ะ

ช่วงนี้ของงานเขาเปิดโอกาสให้บล็อกเกอร์จากหลายๆ ประเทศพูดคุยกัน แต่คนไทยติดหนึบอยู่กันที่โต๊ะนี่อย่างเดียวเลยครับ ยืนกินไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายพนักงานก็เอาขนมมาเติมให้แบบไม่เกรงใจสื่อ เพราะพี่แกเล่นเอาถุงขนมไซส์เท่าถุงข้าวสารเอามาเทใส่ชามกันเห็นๆ บริการเลิศมาก มีคนพูดติดตลกว่าให้เอาถุงวางเอาไว้บนโต๊ะเลย เพราะเดี๋ยวคนไทยก็กินหมด 55

นอกจากขนมค็อกเทลแล้ว ทางโรงแรมยังเสิร์ฟเครื่องดื่มรสสับปะรดหรือส้ม ซึ่งรสชาติจืดจางเหมือนรักที่บางปะกงไม่มีผิด มันจืดมากเสียจนไม่สามารถจะแยกได้เลยครับว่ามันคือผลไม้อะไร แค่รู้สึกได้เฉยๆ ว่ามันหวานเจือๆ เท่านั้น และอีกอย่างคือเครปเค้กจากร้าน Humble Beginnings ที่จัดเสิร์ฟมาเป็นคำเล็กๆ มีหลายรสชาติครับ แต่เผอิญได้ชิมแค่สาม

อันนี้น่าจะเป็นรสวานิลลา รสออริจินอลขั้นสุด เนื้อเครปนุ่มดี ส่วนชั้นครีมที่แทรกอยู่ก็ฟูเบา สรุปว่ามันนุ่มไปทั้งคำ แต่แอบรู้สึกว่ารสวานิลลามันไม่สุด มันไม่ค่อยชัด ถามว่าเป็นรสธรรมดาอาจจะเข้าใจมากกว่าบอกว่าเป็นรสวานิลลานะครับ

ส่วนอันนี้เป็นเครปชาเขียวแทรกด้วยครีมผสมถั่วแดงกวนครับ ญี่ปุ่นจ๋ามาเลย ผมไม่ชอบอันนี้ที่สุด รู้สึกว่ารสมันแปลกๆ ยังไงชอบกล ส่วนถั่วแดงที่แทรกมาช่วยเพิ่ม texture ให้กับขนมได้ดี แทนที่จะเป็นก้อนเครปเค้กที่นุ่มไปทั้งชิ้นครับ

เครปเค้กรสงาดำน่าจะเป็นอันที่ประทับใจที่สุด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของงาที่กินเข้าไปแล้วก็รู้เลยว่าต้องใช่ รสชาติลงตัวมากที่สุดในสามอันที่ชิมมา แต่ถ้าจะขอติเครปเค้กของร้านนี้ก็คงเป็นอาการนุ่มของขนม ที่ออกจะเกินไปนิดนึง บางทีเราก็อยากได้ความเด้งความแน่นของแป้งเครปด้วย (ไม่ใช่ความกระด้างนะครับ) แต่ถ้าใครที่ชอบขนมนุ่มๆ ก็อาจจะชอบครับ

ยังไม่ทันจะเริ่มงาน ก็ส่อเค้าหงุดหงิดกับอาหารซะแล้ว อย่างนี้กาล่าดินเนอร์ภายในงานจะเป็นอย่างไร จะทำให้ TourDeFoodBlog พอใจได้หรือไม่ อย่าลืมติดตามตอนต่อไปครับ!

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...
css.php