Destinations — December 14, 2010 at 16:23

ลอยชายที่ชายหาดภูเก็ต

by

ผมไปภูเก็ตในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยดีเท่าไร คิดเอาเองว่ากลางพฤศจิกายนแล้ว ฟ้าคงจะโปร่ง แดดกำลังงาม แต่ผิดถนัด ฝนตกตั้งแต่ไปถึงวันแรก

เพื่อนผมบอกว่า ตกอีกวันสองวัน เรือก็น่าจะออกทะเลได้ แต่กลายเป็นว่าไม่ใช่อย่างนั้น ภูเก็ตคราวนี้ ผมจึงพึ่งรถเครื่องแต่เพียงอย่างเดียว ก็ดีเหมือนกัน ไปมันทุกหาดของภูเก็ต ทั้งหาดสุรินทร์, แหลมสิงห์, ป่าตอง, ไตรตรัง, กมลา, กะตะ, กะรน, ราไวย์, ในหาน กับที่อื่นๆ

หาดแรกที่ผมไปคราวนี้คือหาดสุรินทร์ แต่ก็ไปเมื่อตอนเย็นย่ำแล้ว มิใช่เพราะผมต้องพักฟื้นจากความเหนื่อยล้าหลังเดินทางมาทั้งคืน แต่เพราะเจ้าเพื่อนผมมีอาการแฮงค์อย่างหนัก ก็เลยต้องให้เวลาหน่อย

เพื่อนพาผมซ้อนเจ้ามอเตอร์ไซค์ไป เลี้ยวซ้ายออกจากหมู่บ้าน ตรงขึ้นไปจนถึงอนุสาวรีย์วีรสตรี ซึ่งเป็นวงเวียนสี่แยก เราเลี้ยวซ้ายตรงนั้น ซึ่งเป็นทางที่นำเราไปหาด อากาศตอนเย็นของเช้าวันฝนตกนั้นค่อนข้างเย็น ยิ่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ให้ลมตียิ่งแล้วใหญ่ โชคดีที่ใส่แจ็กเก็ตมาด้วย

จำได้ว่าจากอนุสาวรีย์เข้ามาประมาณ 12 กิโลเมตร ก็ถึงหาดสุรินทร์ เป็นหาดที่อยู่ริมเชิงเขา บริเวณเหนือหาดมีต้นสนทะเลเรียงเป็นแนวขนานหาดทราย คลื่นลมวันนั้นค่อนข้างแรง ดูน่ากลัว ในทะเลเริ่มร้างผู้คน แดดก็เริ่มล้าแรงลงแล้ว แต่ไหนๆ ก็ติดกล้องมาแล้ว ลองถ่ายดูหน่อย ผมดูรูปแล้วไม่ชอบเลย จืดชืด

วันต่อมากว่าจะออกกันก็สิบโมงครึ่ง เรามากันทางเดิม เลยหาดสุรินทร์ไปไม่ไกลเป็นแหลมสิงห์ ที่ซึ่งต้องจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ด้านบนแล้วเดินลงไปตามทางลาดชัน คล้ายเส้นทางไปน้ำตก แต่เมื่อลงมาด้านล่างสุด จะพบหาดที่สวยงามมากหาดหนึ่งซ่อนตัวอยู่

พื้นที่หาดค่อนข้างกว้าง ทรายละเอียดนุ่มเท้า น้ำทะเลสีฟ้าเป็นประกายตลอดหาด ที่นี่คนไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ผมอยากลงเล่นน้ำ แต่ก็ติดว่าต้องถ่ายภาพ โชคดีที่แดดวันนั้นค่อนข้างจัด ภาพแต่ละภาพสีสดใสทีเดียว แต่ถ้ามาเช้ากว่านี้จะดีทีเดียว เพราะคนจะน้อยกว่านี้

หากใครมาเล่นน้ำที่แหลมสิงห์ หรือหาดไหนก็ตาม แนะนำให้ตุนเสบียงมาให้พร้อม หวังมาตายเอาดาบหน้าที่ภูเก็ต เกรงว่าจะแห้งตายก่อน ราคาน้ำดื่มอาหารที่หาดเรียกว่าฆ่าคนบ้านเดียวกันจริงๆ แต่ต่างชาติคงไม่แคร์เท่าไร

เรามุ่งต่อไปยังป่าตอง ผมได้ยินมาว่า ย่านป่าตองเป็นศูนย์กลางความเจริญของภูเก็ต แต่ก็ไม่คิดว่าจะมากขนาดนั้น ผมมองสองฝั่งทางแล้วตกใจ ที่นี่มีทุกอย่างไม่แพ้กรุงเทพฯ เรามุ่งสู่ชายหาดป่าตอง ที่นี่จัดเป็นหาดที่คนเยอะที่สุด ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ ยามตะวันฉายมีหาดทรายให้เที่ยวเล่น มีทะเลสวยให้แหวกว่าย พอตะวันดับก็เต็มไปด้วยแสงสีของความบันเทิงยามค่ำคืน ที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวกจึงพร้อมสรรพ

หาดป่าตองก็ดูสวยดี แต่ไม่เท่าแหลมสิงห์ ผมพยายามถ่ายภาพ แต่ก็ไม่ได้ภาพที่ตั้งใจ คนเยอะไปหมด จนภาพดูรกตา ผมเดินเล่นสัมผัสความเย็นจากน้ำ และความนุ่มจากเม็ดทราย ต้องยอมรับว่าทะเลอันดามันนั้นสวยใสจริง ทรายก็นุ่มน่าเอาตัวหนุนนอน

เราไปทานกลางวันที่ไตรตรัง เป็นหาดหนึ่งเลยป่าตองไปไม่ไกล ทางลงสู่หาดเป็นถนนคอนกรีตอย่างดี แต่มีให้หวาดเสียวตรงความดิ่งชัน

ไตรตรังนั้นเป็นคนละเรื่องกับป่าตองเลย เป็นหาดที่เงียบสงบ และสวยงามมาก ทั้งยังมีแนวต้นสนเรียงรายให้ร่มเงาเย็นชื้น เพื่อนผมบอกว่า ปกติน้ำทะเลจะสีฟ้าใส แต่ช่วงนี้ฝนตก น้ำจึงออกเป็นสีเขียว แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ชอบความสงบของที่นี่ แค่เสียดายว่ามาผิดเวลาเท่านั้น ดวงอาทิตย์ย้ายไปอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้ว  ผมเก็บภาพเล็กน้อยหลังรับประทานอาหารที่ร้านริมหาด

เราออกจากไตรตรังราวบ่ายสองโมง บนทางที่มุ่งไปกะตะ ฟ้าเริ่มครึ้มมาแต่ไกล ถึงกระนั้นที่หาดกะตะก็ยังคราคร่ำด้วยผู้คน ลมพัดแรงเย็นสบาย แต่คลื่นค่อนข้างน่ากลัว หากไม่ใช่ช่วงมรสุม หาดนี้คงจะงดงามพอตัว ผมใช้เวลาที่กะตะไม่นาน เพราะมืดครึ้มไปหมด

เพื่อนพาผมเลยไปที่แหลมพรหมเทพ กับจุดชมวิวอีกสองแห่งแถวนั้น ที่ซึ่งผมได้ถ่ายภาพชายหาดจากที่สูง พร้อมวิวทิวทัศน์อื่นๆ จากข้างบน เสียดายที่น้ำทะเลในช่วงนี้มิได้เผยความงามอย่างถึงที่สุด ทั้งฟ้าก็ไม่เปิดโล่ง เต็มไปด้วยเมฆ และหมอกในอากาศ

ผมมานั่งพักที่แหลมพรหมเทพ อากาศค่อนข้างดี ลมเย็นสบาย ไม่ดีก็ตรงที่ผมขึ้นมาถ่ายภาพทิวทัศน์นี่แหละ จืดไปหมด ผมเดินเล่นรับลมนิดหน่อย ถ่ายภาพทะเลจากด้านบน ครั้นจะเก็บภาพแหลมเจ๋งๆ ก็เห็นนักท่องเที่ยวเดินลงไป หัวดำเต็มไปหมด ยิ่งสีเสื้อหลากสีมารวมกัน ดูแล้วไม่สวยเลย สงสัยถ้าอยากได้จริงอาจต้องมารอตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งนอกจากจะคนน้อยแล้ว แดดคงจะงามมากด้วย

เดินเล่นนั่งรับลมบนแหลมพรหมเทพสักพัก ก่อนที่จะกลับไปในเมือง ตอนแรกวางแผนไว้ว่าจะไปเล่นน้ำที่หาดในหานต่อ แต่ดูท่าจะไม่ทันแล้ว คงต้องเก็บไว้วันอื่น

ผมมาหาดในหานในวันต่อมา เป็นแฟนชาวตุรกีของเพื่อนผมรับหน้าที่พามาแทน เพราะเพื่อนผมต้องทำงาน โดยก่อนหน้านั้นเราแวะไป พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี หรือที่เรียกกันว่า Big Buddha ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ ผิวนอกบุด้วยหินอ่อนสีขาวนวลดูงามตา โดดเด่นคู่เมืองภูเก็ต โดยทางขึ้นสู่ Big Buddha นี้ค่อนข้างชัน มีรถ ATV คอยให้บริการ ทั้งระหว่างทางยังมีร้านกาแฟตั้งอยู่ริมทาง ให้ได้นั่งจิบกาแฟชมวิวกันด้วย

หลังจากไปเยี่ยมชม Big Buddha ผมก็ไปที่หาดราไวย์ต่อ เข้าใจผิดมาตลอด คิดว่าที่นี่คงคึกคักเหมือนหาดอื่นๆ พอมาถึงก็พบเรือหาปลาทิ้งสมอเรียงหน้ากระดาน สอบถามชาวเรือแถวนั้นถึงได้รู้ว่าหาดนี้ไม่เป็นที่นิยมในการเล่นน้ำ แต่โดดเด่นเรื่องอาหารทะเล ซึ่งมีขายกันตลอดวัน แต่มาตอนเย็นจะได้บรรยากาศมากกว่า ร้านค้าจะนำโต๊ะพับมากางใต้แนวต้นสน ให้ลูกค้ารับลมเย็นๆ และชื่นชมวิวทะเลระหว่างทาน มีร้านให้เลือกมากจนเลือกไม่ถูก ต้องเสี่ยงดวงเอาเอง เพราะผมไม่ได้แวะทาน

เดินทอดน่องที่ราไวย์แล้วถึงได้ไปหาดในหาน แวบแรกที่เห็น ถูกใจมากครับ หาดทรายเป็นผืนเรียบกว้างขวางดูโล่งตากว่าที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด ลงมาเดินสัมผัสทรายนุ่มๆ ก็พลันนึกถึงกลุ่มเพื่อนที่เที่ยวกันบ่อยๆ ถ้ามาด้วยกันคงดี

ทะเลที่นี่นิ่งดีครับ แม้เมฆจะดูครึ้มก็ตาม เห็นแล้วก็อยากทิ้งกล้องลงเกลือกกลิ้งกับผืนทราย ก่อนจุ่มตัวลงในน้ำทะเลใสแจ๋ว คิดแล้วน่าสนุก แต่ถ้าทำจริงคงจะเจื่อน เพราะไปแค่สองคน ทั้งเจ้าแฟนเพื่อนยังไม่ค่อยพูดอีกต่างหากเวลาที่ไม่มีเหล้าเข้าปาก

ผมก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บภาพ กองหินริมหาดก็สวยดี ทะเลก็สวย ผิดอย่างเดียวคือไม่มีแดด ทั้งดวงอาทิตย์ก็เคลื่อนมาประจัญหน้าผมแล้ว ถ่ายยังไงก็ไม่ถูกใจ เลยเดินเล่นเสียเป็นส่วนใหญ่ จะว่าไปที่นี่ก็คนไม่เยอะเท่าไร อาจด้วยที่พักริมหาดนั้นยังน้อยมาก แต่ถ้าเดินหน่อยก็จะหาได้ตามถนนก่อนถึงหาด ซึ่งอยู่ห่างเหมือนกัน แต่ตอนมาผมก็เห็นชาวต่างชาติเดินเลียบริมทางมาไม่ขาดสาย เรียกว่ายังอยู่ในระยะทำการ

บอกลาหาดในหาน ตั้งใจว่าถ้ามาอีกครั้งจะมาที่นี่แต่เช้า อาจอยู่ไกลจากเมืองมากหน่อย แต่ก็คุ้ม

ความเจริญของป่าตองกลบส่วนเมืองเสียมิดเลย เมื่อผมถือโอกาสบินเดี่ยวมาเที่ยวย่านโอลด์ทาวน์ ในเมืองนี้ถ้าฟ้าไม่มืดก็ดูไม่คึกคักเท่าไร บ้านรูปทรงเก่าปิดประตูเงียบกริบ มีบ้างเปิดเป็นร้านอาหารสบายๆ แต่ที่ขึ้นชื่อคือความบันเทิงยามค่ำคืนมากกว่า แค่ฟ้าดับเท่านั้น ย่านโอลด์ทาวน์ก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งไปเลย รถจอดแน่นขนัด ผู้คนมากมาย ต่างมาพบปะพูดคุยกันตามร้านเหล้าที่ต่างก็ใช้กลิ่นอายของโอลด์ทาวน์มาเป็นจุดขาย ซึ่งสำหรับพวกหัวอนุรักษ์คงไม่แฮปปี้กับมันเท่าไร

บอกตามตรงผมเดินไปก็ไม่รู้จะไปไหน แวะกินก๋วยเตี๋ยวแถวนั้นชามหนึ่ง อยากบอกว่าแพงกว่ากรุงเทพฯ ครับ หลังทานเสร็จผมเดินต่ออีกหน่อย ไปชมตึกเก่าๆ ตามมุมถนน ก็ดูสวยดีครับ ถ่ายรูปมาด้วย แต่สายไฟเมืองไทยนี่รกได้โล่มาก ถ่ายตึกเก่ามาเสียดิบดี แต่สายไฟยังเด่นกว่าอีก เศร้าใจครับ

ยังดีที่วันสุดท้ายสลัดความขี้เกียจทิ้ง ตื่นตั้งแต่แปดโมง ออกไปเที่ยวกินลมชมทะเล โดยไปหาดสุรินทร์อีกครั้ง คราวนี้ผลลัพธ์ดีเกินคาดครับ ภาพที่ลงก็เป็นภาพที่ถ่ายจากหาดสุรินทร์ในวันนี้

ผมมาถึงหาดตั้งแต่ยังไม่เก้าโมง ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว ทั้งแดดยังเป็นใจให้ เผยสีฟ้าสวย ทั้งทะเลตอนเช้าคลื่นลมไม่แรง น้ำเป็นสีฟ้าใส เห็นแล้วรู้สึกเสียดายที่วันก่อนๆ ไม่ยอมตื่นเช้า ขนาดหาดสุรินทร์ยังขนาดนี้ เป็นแหลมสิงห์ หรือในหานคงดียิ่งกว่า

ผมมีความสุขกับเช้าวันนั้นมาก ได้ภาพดีๆ ตามที่ต้องการ เดินเล่นชมวิวจนทั่วหาด จนนักท่องเที่ยวทยอยกันมา ผมจึงตัดสินใจไปหาดกมลาต่อ ขับขึ้นไปตามป้ายบอกทาง เลยแหลมสิงห์ขึ้นไปอีกไม่ไกลเท่าไรนัก

บอกตามตรงว่ากมลาไม่ค่อยถูกใจผมนัก ทรายไม่สวยเท่าหาดอื่น แต่ก็ผิดผมเองครับ เพราะจริงๆ ถ้าเดินทางจากหาดสุรินทร์มาควรหาทางเข้าตั้งแต่ต้นหาด ผมหลงมาเข้าเอาทางท้ายหาด ซึ่งมีเรือทิ้งสมอเรียงหน้ากระดาน กับทรายที่ผิดแผกไป ผมเดินเลาะมาทางต้นหาด ซึ่งทะเลก็ดูใสขึ้นฟ้าขึ้น ทรายก็นุ่มเป็นปกติ มีนักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร ใครอยากออกไปเที่ยวเกาะก็ลองถามคนเรือแถวนั้นดู เหมาไป ราคาสูงหน่อยถ้าเทียบกับเรือทัวร์

ผมนั่งเล่นอยู่สักพัก ใจคิดจะกลับไปเดินเล่นที่แหลมสิงห์ แต่ดูเวลาแล้วไม่อำนวยเท่าไร คงต้องยกยอดไปครั้งหน้า ซึ่งผมตั้งใจว่าจะทิ้งกล้องไว้ แล้วหาความสนุกใส่ตัวจริงๆ ตั้งใจว่าครั้งหน้า ถ้าลากเพื่อนลงมาได้สัก 4-6 คน จะไปเที่ยวพังงาด้วย เพราะอยู่ไม่ไกลกัน เช่ารถขับไป คงสนุกไปอีกแบบ

สำหรับใครอยากมาแต่มีกันน้อยคน ลองใช้มอเตอร์ไซค์กันดู วันละ 150-200 บาท ผมว่าคุ้มมาก แต่ต้องระวังเส้นทางขึ้นเขา ค่อยๆ ขับไปปลอดภัยไว้ก่อน

แต่ก็เสียดายเหมือนกัน ตั้งใจว่าจะไปถ่ายภาพที่หมู่เกาะสิมิลัน กับหมู่เกาะสุรินทร์ พอไม่ได้ไปเลยรู้สึกว่าขาดๆ ไม่เต็มอิ่ม แต่เรือทัวร์มีนักท่องเที่ยวติดค้างเยอะ เพราะฝนตก ผมก็เลยต้องตั้งความหวังไว้คราวหน้า

ใครมาแล้วไม่รู้ทางลองตั้งต้นตรงอนุสาวรีย์นะครับ แต่ละหาดจะเชื่อมถึงกัน เพียงขับตรงไปเรื่อยๆ แล้วสังเกตป้ายบอกทาง ลองขับเลาะกันไปครับ สนุกดี ส่วนถ้าอยากเที่ยวเกาะ ลองหาเรือทัวร์ดูนะครับ ตามเว็บไซต์ก็มี หรือเอเจนซี่ในเมือง และตามหาดสำคัญก็หาได้ ถ้ามีเงินมีทองมาก หรือมากันหลายคน ขอแนะนำให้เช่าเหมาสปีดโบ๊ทไป เร็วดีครับ

ต้องยอมรับครับว่าทริปนี้สำหรับผมดูแปลกๆ ยังไงบอกไม่ถูก เที่ยวครึ่งทำงานครึ่ง แต่ก็สนุกดีครับ ใครจะมาลองตรวจสอบสภาพอากาศก่อน แต่ธันวาคมเป็นต้นไปนี่ ระยะปลอดภัยแน่ครับ

เพราะมาคราวหน้า ผมจะไม่ยอมพลาดหมู่เกาะสิมิลัน กับหมู่เกาะสุรินทร์เป็นแน่

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...
  • Kridtapoj

    น่าไปดีครับ

  • feb

    สักครั้งในชีวิต

    • Admin

      ถ้าคิดจะไปก็ไม่ต้องลังเลครับ หาเวลาเหมาะๆ ไปล่องทะเลใต้ให้หนำใจ!

  • Ariadne

    เพิ่งไปภูเก็ตเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง เดือนมีนา ต้นเมษา ควรจะเป็นหน้าร้อน แต่ดันมรสุมเข้าฝนตกทุกวัน แต่ช่วงที่ไป 4 วันนั้นถือว่าโชคดีค่ะ 2 วันแรกฟ้าครึ้มมีฝนตกบ้างตอนกลางคืน ปรอยๆ ก็เลยไปทัวร์เที่ยวเล่นตามหาดต่างๆแทน ไม่ได้ออกเกาะ อีก 2 วันฟ้าใสแดดจ้า เลยโชคดีมีโอกาสได้นั่งเรือทัวร์เกาะฝั่งอ่าวพังงา ลงเรือที่อ่าวปอ มุ่งไปเกาะเจมส์ บอนด์ (เพราะหนังเคยมาถ่ายที่นี่)หรือชื่อเดิมว่าเขาพิงกัน เขาตะปู เกาะปันหยี พายเรือแคนูลอดถ้ำหินงอก หินย้อย หวาดเสียวแต่สนุกและสวยมาก ร่มรื่นค่ะ ช่วงบ่ายทานข้าวบนเรือ แล้วก็แวะเล่นน้ำที่เกาะนาคา แดดเปรี้ยง ทำเอาตัวดำเลยทีเดียว

    • TourDeFoodBlog

      ได้ลอดถ้ำหินงอกด้วย น่าอิจฉามากๆ ครับ ยังไม่มีโอกาสเลย มีรูปถ่ายมาแบ่งปันกันได้นะครับ บนเฟซบุคก็สะดวกดีครับ

css.php